ศิลปะในการขอขึ้นเงินเดือน (How to get a raise)

shutterstock_400222735
0

สิ่งที่ลูกจ้างทุกคนอยากได้มากที่สุดนอกจากโบนัสแล้ว คงเป็นการขึ้นเงินเดือนและการเลื่อนตำแหน่งนี่แหละค่ะ ทำไมบางคนทำงานมากนานหลายปีเงินเดือนขึ้นไม่กี่พัน ในขณะที่บางคนเพิ่งทำงานได้ไม่เท่าไหร่ เงินเดือนแซงไปไกล ออกรถ ผ่อนบ้านใหม่กันให้พรึ่บ

 

อันดับแรก คุณต้องพิจารณาตนเองด้วยความซื่อสัตย์ไม่เข้าข้างตัวเองว่า คุณทำงานได้ดีแค่ไหน เหมาะสมกับการได้ขึ้นเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่งหรือไม่ นั่งถาม นอนถามตัวเองวนไป จนได้คำตอบสุดท้ายว่าใช่ นั่นก็คงเป็นเวลาที่บริษัทต้องขึ้นเงินเดือนตามความสามารถที่คุณมีแล้วจริงๆ หรือหากคำตอบของคุณคือไม่ แต่คุณก็อยากได้เงินเดือนเยอะขึ้นเหมือนกัน วันนี้ไม่ต้องปวดตับเพราะไม่กล้าขอขึ้นเงินเดือนอีกต่อไป เรามีศิลปะชั้นเชิงการขอขึ้นเงินเดือนแบบไม่เคอะเขิลมาฝากค่ะ

 

  ทำงานอย่างไรจึงจะเข้าตากรรมการ

 

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

บางคนอาจจะเถียงว่าทุกวันนี้มาทำงานเป็นคนแรกของบริษัท และกลับบ้านเป็นคนสุดท้ายตลอด แต่คุณรู้หรือไม่ว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ จำนวนชั่วโมงที่คุณทำงาน หากแต่เป็นผลงานมีประสิทธิภาพต่างหาก

  • อย่าพูดถึงปัญหาในการทำงาน

การนำปัญหาขึ้นมาพูดบ่อยครั้งอาจแสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจในการทำงานและห่วงใยบริษัท แต่การที่คุณระบุแต่ปัญหาและไม่เคยสนใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาที่คุณพูดถึงได้อย่างไร ต่างกับอีกคนนึงที่มักจะเป็นคนที่คิดค้นเครื่องมือและวิธีการเพื่อแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ โดยใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์แล้วนำเสนอ คุณคิดว่าพนักงานคนไหนที่บริษัทต้องการมากกว่ากัน

  • อย่าสนใจแค่ทำงานด้านเดียว

คุณคิดว่า คุณถูกจ้างให้ทำงานเฉพาะงานที่เป็นตำแหน่งของคุณเท่านั้น คุณจึงไม่ได้สนใจการทำงานด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน เพราะเป็นคนละตำแหน่งหน้าที่ นอกเหนือจากรายละเอียดงานของคุณแล้ว การลองทำงานใหม่ๆ นอกเหนือจากงานประจำตำแหน่งของคุณแล้ว นอกจากจะทำให้คุณเก่งรอบด้านแล้ว ยังก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันกับทีมต่างๆ ในบริษัทของคุณ อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นว่า คุณมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาทักษะและประสบการณ์ของคุณและคุณยังใส่ใจในการแบ่งปันความรู้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น

  • แสดงให้ผู้บริหารเห็นว่าคุณพร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับบริษัท

การแสดงเจตจำนงว่าคุณมุ่งมั่นทุ่มเททำงานเพื่อที่คุณจะได้ก้าวหน้าไปพร้อมกันกับบริษัทที่ประสบความสำเร็จ คุณพร้อมที่จะเป็นเบื้องหลังและตำนานแห่งความสำเร็จนั้น คุณมีเป้าหมายระยะยาวและมองเห็นตัวเองในอีก 10 ปีข้างหน้าบริหารงานให้บริษัท

 

 

เมื่อคุณทำงานอย่างเต็มที่ และได้ปฎิบัติงานให้เข้าตากรรมการเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็เป็นเวลาอันเหมาะสมที่จะขอขึ้นเงินเดือนกันแล้วค่ะ โดยการขอขึ้นเงินเดือนนั้นคงจะเอ่ยปากยากสักหน่อย แต่ไม่ต้องกลัวไปค่ะ เรามีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ใช้ร่วมกับความสามารถของคุณให้ได้รับเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นได้ไม่ยากค่ะ

       1. เลือกเวลาให้เหมาะสม

แม้ว่าผลงานและความพยายามของคุณจะเป็นที่เข้าตาแล้ว แต่คุณยังต้องเลือกเวลาที่เหมาะสมในการพูดคุยขอขึ้นเงินเดือนอย่างถูกต้อง หากคุณเคยได้ยินว่าแผนกของคุณกำลังปรับลดพนักงาน หรือบริษัทของคุณกำลังขาดทุน แน่นอนว่าการขอขึ้นเงินเดือนอาจต้องระงับไว้ก่อนเพื่อรอเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเวลาที่เหมาะสมส่วนมาก คือ ตอนที่คุณทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จและก่อให้เกิดกำไรให้กับบริษัท หรือตอนที่คุณได้รับมอบหมายให้ทำงานใหญ่จะดีมากค่ะ

      2. มั่นใจเข้าไว้

คุณทุ่มเทเวลา สมองและพลังงานในการสร้างผลงานขึ้นมา จนพูดได้ว่าตัวคุณเองเป็นสินทรัพย์ของบริษัทเลยก็ว่าได้ อย่าดูถูกตัวเองค่ะ มั่นใจเข้าไว้ เมื่อมีโอกาส และหัวหน้างานของคุณตระหนักดีว่าคุณเป็นคนที่มีประสิทธิภาพในการทำงานและแก้ไขปัญหา ให้คุณมั่นใจ และพูดกับหัวหน้าอย่างอ้อนน้อมว่า คุณอยากจะปรึกษาเกี่ยวกับค่าตอบแทนของคุณ

 

       3. เตรียมพร้อมในการเจรจาต่อรอง

ไม่ต่างกับการเจรจาต่อรองอื่น ๆ คุณควรแจ้งข้อเรียกร้องที่ชัดเจนและมีเหตุผล หาข้อมูลให้ดีว่าพนักงานที่มีศักยภาพสูงในตำแหน่งของคุณมีรายได้มากน้อยแค่ไหน และจำไว้เสมอว่าการเพิ่มเงินเดือนส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บริหารและความรู้เฉพาะด้าน หรือความต้องการของงาน

 

       4. อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

คุณอาจไม่ทราบสถานการณ์ในภาพรวมของบริษัท เพื่อนร่วมงานและเหตุผลว่าทำไมเขาได้รับเงินเพิ่มหรือเลื่อนตำแหน่ง การเปรียบเทียบผลงานของคุณกับงานอื่น ๆ นอกจากไม่น่ารักแล้ว ยังชี้ให้ผู้จัดการของคุณเห็นว่าคุณมุ่งเน้นที่การแข่งขันกับผู้อื่นมากกว่าการร่วมมือกันทำงาน

 

        5. อย่าพูดถึงอายุงาน

การที่คุณทำงานให้บริษัทมาหนึ่งปี สองปีหรือห้าปี ตัวเลขเหล่านี้จะว่างเปล่าและไร้ความหมายหากตลอดระยะเวลาที่คุณทำงาน คุณไม่ได้สร้างผลงานที่เพียงพอ หรือทำกำไรมากพอ ให้กับบริษัท นอกจากนี้ยังทำให้หัวหน้างานพิจารณาคุณได้ว่า คุณทำงานมานานขนาดนี้แล้ว ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันที่น่าพอใจเลย บริษัทควรพิจารณาเพิ่มเงินเดือนให้คุณหรือปลดคุณออกกันแน่

 

        6. อย่าพูดถึงปัญหาส่วนตัว

อาจดูเหมือนธรรมดา การมีภาระทางการเงินหรือปัญหาสุขภาพในครอบครัวทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น ผู้บริหารอาจเห็นอกเห็นใจโดยการให้สิทธิพิเศษในการลางาน แต่นานๆ ไปผู้บริหารอาจมีความคิดว่า ภาระที่คุณมีนั้นจะกระทบกับการทำงานหรือไม่ในระยะยาว และบริษัทไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบปัญหาส่วนบุคคลของพนักงาน

 

        7. อย่ายื่นคำขาด

การพูดหรือใช้คำพูดที่กล่าวว่า คุณได้รับค่าจ้างต่ำกว่าที่ควรจะได้ เป็นสัญญาณที่บอกเป็นนัยๆ ว่าคุณสนใจเกี่ยวกับตัวคุณเองไม่ใช่องค์กร และคุณจะไม่ได้การชื่นชนหรือรางวัลที่เหมาะสมสำหรับทัศนคติแบบนั้นแน่นอน

 

การใช้เทคนิคเหล่านี้ในการขอขึ้นเงินเดือนของคุณ จะใช้ไม่ได้ผลเลยหากคุณนั้นไม่ได้มีความสามารถเข้าขั้นที่จะได้รับการขึ้นเงินเดือน เราขอแนะนำว่า ทางที่ดีคุณควรมุ่งเน้นในการพัฒนาตนเองและทุ่มเทให้กับการทำงาน เราเชื่ออย่างที่สุดว่า คนดี มีความสามารถ จะมีคนมองเห็นแน่นอน

 

Leave us a comment